โอกาสด้านการศึกษา
อัตราการเข้าเรียนในระบบโรงเรียนของประเทศไทย
จำนวนนักเรียน/นักศึกษาทุกระดับการศึกษามีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีการศึกษา 2553 ถึง 2556 ยกเว้นระดับมัธยมศึกษาตอนปลายไม่แตกต่าง และระดับอุดมศึกษามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
The chart showing 2553 series, 2554 series, 2555 series, 2556 series.
2553255425552556
ก่อนประถมศึกษา
(3-5 ปี)
75787977
ประถมศึกษา
(6-11 ปี)
97989899
ม.ต้น
(12-14 ปี)
101969190
การศึกษาภาคบังคับ
(6-14 ปี)
98979696
ม.ปลาย
(15-17 ปี)
74757779
การศึกษาขั้นพื้นฐาน
(6-17 ปี)
92919191
อุดมศึกษา
(18-21 ปี)
43484848

อัตราการเข้าเรียนในระบบโรงเรียน ปีการศึกษา 2556 ในระดับการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี ร้อยละ 95.6 ซึ่งลดลงจากปีการศึกษา 2553 ประมาณร้อยละ 2.6 การศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี ร้อยละ 91.1 ซึ่งลดลงจากปีการศึกษา 2553 ประมาณร้อยละ 1 การศึกษาระดับประถมศึกษา ร้อยละ 98.8 เพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2553 ประมาณร้อยละ 2 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เป็นร้อยละ 89.8 ซึ่งลดลงจากปีการศึกษา 2553 ประมาณร้อยละ 10 และลดลงอย่างต่อเนื่อง ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ร้อยละ 78.6 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2553 ประมาณร้อยละ 6 และระดับอุดมศึกษา เป็นร้อยละ 48.4 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2553 ประมาณร้อยละ 12

หมายเหตุ: ข้อมูลนักเรียนก่อนประถมศึกษาไม่รวมศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ข้อมูลนักศึกษาระดับอุดมศึกษาไม่รวมนักศึกษามหาวิทยาลัยไม่จำกัดรับและนักศึกษาสูงกว่าระดับปริญญาตรี และนักศึกษาการศึกษานอกระบบโรงเรียน ข้อมูลด้านการศึกษา ปีการศึกษา 2556 โดย กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สรุป ณ 18 ตุลาคม 2556 และข้อมูลประชากรใช้จากรายงานการคาดประมาณประชากรของประเทศไทย พ.ศ. 2553-2583

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
อัตราการเข้าเรียนระดับก่อนประถมศึกษานานาชาติ
มีอัตราการเข้าเรียนระดับก่อนประถมศึกษา ร้อยละ 100 สูงกว่าญี่ปุ่น ซึ่งอัตราอยู่ที่ร้อยละ 88 และสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก ซึ่งปีพ.ศ. 2553 อยู่ที่ร้อยละ 48
ระดับก่อนประถมศึกษา (ISCED 0) ไม่จัดเป็นการศึกษาภาคบังคับ ดังนั้นช่วงเวลาเรียนในแต่ละประเทศจึงแตกต่างกันในช่วงตั้งแต่ 1-4 ปี ทำให้อัตราส่วนการเข้าเรียนค่อนข้างแตกต่างกัน ประเทศไทยมีอัตราการเข้าเรียนระดับก่อนประถมศึกษา ร้อยละ 100 สูงกว่าญี่ปุ่น ซึ่งอัตราอยู่ที่ร้อยละ 88 หลายประเทศมีอัตราส่วนเกินร้อยละ 100 เนื่องจากมีเด็กนอกกลุ่มอายุนั้นๆ เข้าเรียนเป็นจำนวนมาก เช่น เกาหลี (ร้อยละ 119) ฝรั่งเศส (ร้อยละ 109) เยอรมัน (ร้อยละ 114) ค่าเฉลี่ยทั่วโลก ปีพ.ศ. 2553 อยู่ที่ร้อยละ 48 อัตราการเข้าเรียนระดับก่อนประถมศึกษาต่ำมากอยู่ที่ประเทศพม่า กัมพูชา และลาว คือเป็นร้อยละ 10 13 และ 22 ตามลำดับ
ที่มา: Global Education Digest 2012, UIS.
อัตราการเข้าเรียนระดับประถมศึกษานานาชาติ
ประเทศไทยมีอัตราการเข้าเรียนระดับประถมศึกษาร้อยละ 91 และอัตราส่วนนักเรียนต่อประชากรสุทธิ ร้อยละ 90 ต่ำกว่าทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียน
The chart showing อัตราการเข้าเรียน series, อัตราการเข้าเรียนสุทธิ series.
อัตราการเข้าเรียนอัตราการเข้าเรียนสุทธิ
ฟิลิปปินส์10689
ไทย9190
มาเลเซีย9594
กัมพูชา12796
ออสเตรเลีย10597
บรูไน10897
ลาว12697
เวียดนาม10698
อินเดีย11698
นิวซีแลนด์10199
เกาหลี10699
ญี่ปุ่น103100
อินโดนีเซีย103100
จีน1110
พม่า1260
โลก10691
เอเชียกลาง 10194
เอเชียตะวันออก
และแปซิฟิก
11096
ประเทศไทยมีอัตราส่วนนักเรียนต่อประชากรระดับประถมศึกษาร้อยละ 91 แต่ถ้าคิดอัตราส่วนนักเรียนต่อประชากรสุทธิ (อัตราส่วนนักเรียนอายุ 6-11 ปี ต่อประชากรกลุ่มอายุเดียวกัน) อัตราส่วนจะอยู่ที่ร้อยละ 90 ประเทศที่นำเสนอในที่นี้ยกเว้นประเทศไทย สามารถบรรลุเป้าหมายการประถมศึกษาอย่างทั่วถึง เมื่อพิจารณาตามเกณฑ์ที่ว่าอัตราการเข้าเรียนขั้นต่ำต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 โดยประเทศต่างๆในภูมิภาคอาเซียนมักมีอัตราส่วนการเข้าเรียนระดับประถมศึกษาเกินร้อยละ 100 ยกเว้น มาเลเชีย อัตราอยู่ที่ร้อยละ 95 ซึ่งสูงกว่าไทย
ที่มา: Global Education Digest 2012, UIS.
อัตราการเข้าเรียนระดับประถมศึกษา เปรียบเทียบระดับโลกและภูมิภาค
ทั่วโลกมีอัตราการเข้าเรียนระดับประถมศึกษาร้อยละ 106 และอัตราส่วนนักเรียนต่อประชากรสุทธิ ร้อยละ 91 ซึ่งสูงกว่าประเทศไทย
The chart showing อัตราการเข้าเรียน series, อัตราการเข้าเรียนสุทธิ series.
อัตราการเข้าเรียนอัตราการเข้าเรียนสุทธิ
โลก10691
อาหรับ9888
ยุโรปตะวันออก
และยุโรปกลาง
10095
ละตินอเมริกา
และแคริเบียน
11495
ยุโรปตะวันตก
และอเมริกาเหนือ
10397
แอฟริกา10177
เอเชียกลาง10194
เอเชียตะวันตก
และเอเชียใต้
10693
เอเชียตะวันออก
และแปซิฟิก
11096
ไทย9190
อัตราการเข้าเรียนระดับประถมศึกษาของไทยอย่างหยาบ(GER) อยู่ที่ร้อยละ 91 อัตราการเข้าเรียนสุทธิ(NER) อยู่ที่ร้อยละ 90 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก และค่าเฉลี่ยภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก
ที่มา: Global Education Digest 2012, UIS.
อัตราการเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นนานาชาติ
ไทยมีอัตราการเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นร้อยละ 92 เท่ากับอินโดนีเชีย และจีน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก(ร้อยละ 82)
The chart showing อัตราการเข้าเรียน series.
อัตราการเข้าเรียน
ลาว55
กัมพูชา60
พม่า62
บรูไน79
อินเดีย81
ฟิลิปปินส์88
เวียดนาม88
มาเลเซีย91
ไทย92
อินโดนีเซีย92
จีน92
เกาหลี100
ญี่ปุ่น103
นิวซีแลนด์104
ออสเตรเลีย113
โลก82
เอเชียตะวันออก
และแปซิฟิก
90
ทั่วโลกกำหนดให้มัธยมศึกษาตอนต้นเป็นการศึกษาภาคบังคับอยู่ถึงร้อยละ 80 ข้อมูลในปี 2009 จากยูเนสโก พบว่า 1 ใน 3 ของเด็กทั่วโลก อยู่ในประเทศที่กำหนดเป้าหมายระดับชาติให้ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นเป็นการศึกษาภาคบังคับ แต่อัตราส่วนนักเรียนต่อประชากรระดับมัธยมศึกษาตอนต้นยังต่ำกว่าร้อยละ 90 สำหรับประเทศไทย จัดการศึกษาให้ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นเป็นการศึกษาภาคบังคับ มีอัตราการเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นร้อยละ 92 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดให้เด็กทุกคนต้องจบการศึกษาภาคบังคับ ร้อยละ 100 ไทยมีอัตราการเข้าเรียนเท่ากับอินโดนีเชีย และจีน ซึ่งสูงกว่าอัตราการเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นโดยเฉลี่ยทั่วโลกปีพ.ศ. 2553 ซึ่งเท่ากับร้อยละ 82
ที่มา: Global Education Digest 2012, UIS.
อัตราการเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายนานาชาติ
ประเทศไทยมีอัตราการเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายร้อยละ 67 สูงกว่ามาเลเซีย และอินเดีย(ร้อยละ 50) และสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก(ร้อยละ 59)
The chart showing อัตราการเข้าเรียน series.
อัตราการเข้าเรียน
ลาว32
พม่า38
มาเลเซีย50
อินเดีย50
อินโดนีเซีย63
เวียดนาม65
ไทย67
จีน71
ฟิลิปปินส์76
เกาหลี94
ญี่ปุ่น102
บรูไน132
นิวซีแลนด์137
ออสเตรเลีย167
โลก59
เอเชียตะวันตก
และเอเชียใต้
47
เอเชียตะวันออก
และแปซิฟิก
70
เอเชียกลาง 92
อัตราการเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในประเทศต่างๆ ทั่วโลกแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ปีพ.ศ. 2553 อัตราการเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของประเทศไทย อยู่ที่ร้อยละ 67 เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากปีที่แล้ว ซึ่งยังห่างไกลจากเป้าหมายการเป็นสากล แม้อัตราส่วนจะสูงกว่ามาเลเซีย และอินเดีย(ร้อยละ 50 เท่ากัน) และสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก(ร้อยละ 59) แต่ถือว่าอยู่ในอัตราที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่ม OECD ซึ่งทุกประเทศมีอัตราสูงกว่าร้อยละ 90 และส่วนใหญ่อัตราสูงเกินร้อยละ 100 สาเหตุหลักอาจเนื่องมาจากนักเรียนจำนวนมากอายุเกินกว่าที่กำหนดไว้ในระบบการศึกษาปกติ หรือเนื่องมาจากการเข้าเรียนหลายโปรแกรมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฟินแลนด์ สวีเดน เป็นต้น อัตราการเข้าเรียนมากกว่าร้อยละ 100 เนื่องจากมีการส่งเสริมให้ผู้ใหญ่ที่ไม่จบระดับมัธยมศึกษาเข้ามาเรียน
ที่มา: Global Education Digest 2012, UIS.
อัตราการเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสายอาชีพนานาชาติ
ประเทศไทยมีอัตราการเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สายอาชีพร้อยละ 36 แต่จีนและอินโดนีเชีย สูงร้อยละ 46 และ 41 ตามลำดับ
The chart showing ร้อยละม.ปลายสายอาชีพ series.
ร้อยละม.ปลายสายอาชีพ
ลาว1
อินเดีย2
สิงคโปร์11
บรูไน12
มาเลเซีย15
เกาหลี24
ญี่ปุ่น24
นิวซีแลนด์30
ไทย36
อินโดนีเซีย41
จีน46
เอเชียตะวันตก
และเอเชียใต้
4
เอเชียตะวันออก
และแปซิฟิก
39
โลก24
ประเทศต่างๆ มักให้โอกาสนักเรียนได้เลือกเรียนโปรแกรมต่างๆ ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งเป็นเส้นทางนำไปสู่การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น หรือเป็นเส้นทางไปสู่การประกอบอาชีพ ตามมาตรฐานการแบ่งระดับการศึกษาในระดับสากล แบ่งการศึกษาระดับมัธยมศึกษาเป็นสายสามัญ และสายอาชีพ สายสามัญนั้นจะเป็นการเตรียมเด็กเพื่อเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษาประเภทที่เน้นเชิงทฤษฎีเป็นฐาน(ISCED 5A) แต่ก็อาจจะเรียนต่อในโปรแกรมสายอาชีวศึกษา(ISCED 5B) ได้เช่นกัน แต่บางประเทศในกลุ่ม WEI จัดโปรแกรมการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายให้เป็นจุดสิ้นสุดของระบบการศึกษา และเป็นจุดสมบูรณ์ในการเตรียมคนเพื่อประกอบวิชาชีพ โดยไม่มีทางเลือกอื่นสำหรับศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ยูเนสโกพบว่า นักเรียนที่ลงทะเบียนในโปรแกรมสายอาชีพในหลายๆประเทศ ยกเว้นประเทศแถบซับ-ซาฮารันอาฟริกา เมื่อคิดเป็นร้อยละเทียบกับนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทั้งหมดนั้นลดลงช่วงปีค.ศ 1999 ถึง 2009 ซึ่งบ่งชี้ว่าสายวิชาชีพได้รวมอยู่ในโปรแกรมการศึกษาสายสามัญ แสดงให้เห็นว่าสายอาชีพมีความสำคัญน้อยลงกว่าสายสามัญ (UIS-GED, 2011) อัตราการเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สายอาชีพ UIS จะเทียบกับการเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษารวมทั้งมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย ประเทศไทยอยู่ที่ร้อยละ 36 ซึ่งยังห่างจากเป้าหมายระดับชาติที่กำหนดให้สัดส่วนสายอาชีวศึกษา:สายสามัญศึกษา 60:40 ประเทศที่จัดสายอาชีพมากถึงร้อยละ 60 คือสวีเดน ที่เกินร้อยละ 40 ได้แก่ จีน(ร้อยละ 46) ออสเตรเลีย(ร้อยละ 48) ฟินแลนด์(ร้อยละ 56) และเยอรมัน(ร้อยละ 51) ในทางตรงกันข้าม ประเทศที่ไม่จัดมัธยมศึกษาสายอาชีพเลยมีหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา พม่า และฟิลิปปินส์
ที่มา: Global Education Digest 2012, UIS.
อัตราการเข้าเรียนระดับอุดมศึกษานานาชาติ
อัตราการเข้าเรียนระดับอุดมศึกษาของไทย พ.ศ. 2553 ร้อยละ 48 เพิ่มร้อยละ 3 จากพ.ศ. 2552 และเพิ่มร้อยละ 7 จากพ.ศ. 2547
The chart showing อัตราการเข้าเรียน series.
อัตราการเข้าเรียน
กัมพูชา8
บรูไน17
ลาว17
อินเดีย18
เวียดนาม22
อินโดนีเซีย23
จีน26
ฟิลิปปินส์29
มาเลเซีย40
ไทย48
ญี่ปุ่น60
ออสเตรเลีย80
นิวซีแลนด์83
เกาหลี103
โลก29
เอเชียตะวันตก
และเอเชียใต้
17
เอเชียตะวันออก
และแปซิฟิก
29
ในกลุ่มประเทศอาเซียน+6 อัตราการเข้าเรียนสูงสุดคือเกาหลี ร้อยละ 103 รองลงมาคือนิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย ร้อยละ 83 และ 80 ตามลำดับ ส่วนอัตราการเข้าเรียนระดับอุดมศึกษาของประเทศไทย ปีพ.ศ. 2553 ร้อยละ 48 ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากปีพ.ศ. 2552 และเพิ่มร้อยละ 7 จากปีพ.ศ. 2547 แสดงให้เห็นว่า โอกาสในการเข้ารับการศึกษาระดับอุดมศึกษาของไทยค่อนข้างดี เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียน แม้ว่าจะน้อยกว่าในประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่โอกาสในด้านการอุดมศึกษาของไทยมีอัตราการเติบโตอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านๆ มา
ที่มา: Global Education Digest 2012, UIS.
สัดส่วนร้อยผู้เข้าเรียนในระดับอุดมศึกษานานาชาติ จำแนกตามระดับการศึกษา
ประเทศไทยมีสัดส่วนผู้เรียนระดับอุดมศึกษา ISCED5A ร้อยละ 84 ISCED5B ร้อยละ 15 และ ISCED6 น้อยมากประมาณร้อยละ 1
The chart showing ISCED6 series, ISCED5B series, ISCED5A series.
ISCED6ISCED5BISCED5A
ลาว37630
สิงคโปร์54433
มาเลเซีย55442
เวียดนาม62353
บรูไน66331
นิวซีแลนด์72253
เกาหลี75232
อินโดนีเซีย76222
ญี่ปุ่น78202
ออสเตรเลีย79184
ไทย84151
ฟิลิปปินส์90100
อินเดีย9370
โลก76222
เอเชียใต้และ
เอเชียตะวันตก
90101
เอเชียตะวันออก
และแปซิฟิก
61344
ระบบการศึกษาไทยปัจจุบันตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) 2545 มี - การจัดระบบการศึกษาขั้นประถมศึกษา 6 ปี (6 ระดับชั้น) - การศึกษาขั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 3 ปี (3 ระดับชั้น) - และการศึกษาขั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 3 ปี (3 ระดับชั้น) หรือระบบ 6-3-3
ที่มา: Global Education Digest 2012, UIS.
การเคลื่อนย้ายนักศึกษานานาชาติ

ประเทศไทยมีนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนในประเทศ 19,052 คน ในขณะที่นักศึกษาไทยไปเรียนต่างประเทศ 26,233 คน หรือ ร้อยละ 1.1 ของนักศึกษาในประเทศ
The chart showing เข้ามาศึกษาในประเทศ series, ไปศึกษาต่างประเทศ series.
เข้ามาศึกษาในประเทศไปศึกษาต่างประเทศ
บรูไน2293,208
ลาว7253,854
ฟิลิปปินส์2,66511,748
เวียดนาม3,26047,979
อินโดนีเซีย6,43734,067
ไทย19,05226,233
นิวซีแลนด์37,8784,694
สิงคโปร์48,62320,030
มาเลเซีย57,82453,884
เกาหลี59,194126,477
จีน71,673562,889
ญี่ปุ่น141,59940,487
ออสเตรเลีย271,23110,330
นักศึกษานานาชาติในที่นี้ หมายถึง นักศึกษาที่ไปเรียนระดับอุดมศึกษาในประเทศอื่นที่มิใช่ประเทศตน อาจจำแนกนักศึกษานานาชาติใน 2 ลักษณะคือ นักศึกษาจากประเทศหนึ่งๆไปเรียนต่างประเทศ (Outbound mobile students) และนักศึกษาต่างชาติที่เข้ามาเรียนในประเทศ (Inbound mobile students) 1) นักศึกษาจากประเทศหนึ่งไปเรียนต่างประเทศ นักศึกษาส่วนมากจะเลือกไปศึกษาต่อในประเทศที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน หรือประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยปัจจัยอื่นๆ ที่สำคัญเช่นกันคือด้านค่าใช้จ่าย ความสัมพันธ์ทางการทูตและวัฒนธรรม ในภาพรวมระดับภูมิภาค พบว่า ภูมิภาคที่นักศึกษานิยมไปเรียนมากที่สุด คือแถบอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตก โดยเป็นนักศึกษาในภูมิภาคตนเองมากที่สุด ร้อยละ 86.4 รองลงมาคือนักศึกษาจากภูมิภาคลาตินอเมริกา ร้อยละ 75.1 ภูมิภาคเอเชียใต้ และเอเชียตะวันตก ร้อยละ 71.1 นอกนั้นเป็นนักศึกษาจากรัฐอาหรับ ร้อยละ 65 ภูมิภาคซับ-สฮารันอาฟริกา ร้อยละ 58.2 ภูมิภาคยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก ร้อยละ 60.8 เอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ร้อยละ 51.6 ส่วนภูมิภาคเอเชียกลางนักศึกษานิยมไปเรียนที่ยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกมากที่สุด ร้อยละ 60.0 ส่วนภูมิภาคที่นักศึกษาไปเรียนต่างประเทศมากที่สุดคือภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก 1,008,732 คน ประเทศไทยมีนักศึกษาไปเรียนต่างประเทศ 26,233 คน หรือ ร้อยละ 1.1 ของนักศึกษาในประเทศ โดยไปเรียนที่ประเทศต่างๆเรียง 5 อันดับยอดนิยม ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และมาเลเชีย ประเทศที่มีนักศึกษาไปเรียนมากที่สุดในกลุ่มอาเซียน+6 คือออสเตรเลีย 271,231 คน หรือร้อยละ 21.2 รองลงมาคือ ญี่ปุ่น 141,599 คน หรือร้อยละ 3.7 จีนมีนักศึกษาไปเรียนต่างประเทศที่สหรัฐอเมริกามากที่สุด รองลงมาคือ อินเดีย เกาหลี และมาเลเซีย ส่วนประเทศที่มีนักศึกษาไปเรียนต่างประเทศในสัดส่วนที่สูงมาก แต่จำนวนไม่มากนัก ได้แก่ บรูไน 3,208 คน หรือร้อยละ 55.5 ของนักศึกษาในประเทศ โดยมีนักศึกษาไปเรียนที่ สหราชอาณาจักรมากที่สุด ประเทศที่ส่งนักศึกษาเข้ามาเรียนในประเทศไทยมากอันดับ 1 ของประเทศ คือ กัมพูชา 1,009 คนเข้ามาเรียนในไทยมากอันดับ 2 ของประเทศคือ ลาว 1,254 คน และพม่า 1,205 คน 2) นักศึกษาต่างชาติ นักศึกษาต่างชาติ หมายถึงนักศึกษาชาติอื่นที่เข้ามาเรียนในประเทศนั้นๆ จากข้อมูลของ UIS ที่รายงานการรับนักศึกษาต่างชาติปีพ.ศ. 2553 จำนวน 63 ประเทศ พบว่า ประเทศไทยรับนักศึกษาต่างชาติ 19,052 คน สำหรับประเทศที่มีนักศึกษาต่างชาติมากที่สุดในกลุ่มอาเซียน+6 เรียงตามลำดับ ได้แก่ ออสเตรเลีย (271,231 คน) ญี่ปุ่น (141,599 คน) จีน (71,673 คน) เกาหลี (59,194 คน) และมาเลเชีย (57,824 คน) นอกจากนี้ในกลุ่มประเทศอาเซียน+6 ยังมีสิงคโปร์รับนักศึกษาต่างชาติ 48,623 คน และนิวซีแลนด์รับ 37,878 คน
ที่มา: Global Education Digest 2012, UIS.